:: จัดขับรถท่องเที่ยวต่างประเทศ ::
WEB HEADER
Main About us Service
 
Gallery
:: ข้อมูลประเทศ ::
     

 

 


:: คีร์กิซสถาน ::

สาธารณรัฐคีร์กิซ
Kyrgyz Republic

ข้อมูลทั่วไป

ที่ตั้ง อยู่ในเอเชียกลาง ทางทิศตะวันตกของจีนและทิศใต้ของคาซัคสถาน (ระหว่างเทือกเขาเทียนชานและพาเมียร์)
พื้นที่ 198,500 ตารางกิโลเมตร เป็นพื้นที่เพาะปลูกร้อยละ 7
อากาศ ภูเขาสูงแบบภาคพื้นทวีป
ประชากร ประมาณ 5.2 ล้านคน (2550)
แบ่งเป็น - ชาวคีร์กีซ ร้อยละ 52.4 - ชาวยูเครน ร้อยละ 2.5 - ชาวรัสเซีย ร้อยละ 18 - ชาวเยอรมัน ร้อยละ 2.4 - ชาวอุซเบก ร้อยละ 12.9 - อื่น ๆ ร้อยละ 11.8
เมืองหลวง บิชเคก (Bishkek) มีประชากร 5.2 ล้านคน
ภาษา คีร์กีซและรัสเซียเป็นภาษาราชการ (ในเดือนมีนาคม 2539 รัฐสภาคีร์กีซได้ให้ความเห็นชอบให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ภาษารัสเซียเป็นภาษาราชการควบคู่กับภาษาคีร์กีซ ในพื้นที่ที่มีประชากรส่วนใหญ่ใช้ภาษารัสเซีย)
ศาสนา อิสลามนิกายสุหนี่ ร้อยละ 75 Russian Orthodox ร้อยละ 20 อื่น ๆ ร้อยละ 5
ทรัพยากรธรรมชาติ ทองคำ ยูเรเนียม ปรอท ถ่านหิน พลังงานไฟฟ้าจากน้ำ
ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ = 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2550)
การขยายตัวทางเศรษฐกิจ = ร้อยละ 5 (ปี 2550)
สกุลเงิน SOM - ซอม (KGS)

อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ = 40.2 ซอม (2550)
เวลา เร็วกว่ามาตรฐาน GMT 5 ชั่วโมง
วันชาติ 31 สิงหาคม
ประมุข ประธานาธิบดี Kurmanbek Bakiev (10 กรกฎาคม 2548)
นายกรัฐมนตรี นาย Igor Chudinov (ธันวาคม 2550)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นาย Moldomusa Kongantiyev (2550)

การเมืองการปกครอง

การเมืองการปกครอง
นับแต่สาธารณรัฐคีร์กีซได้แยกตัวเป็นเอกราชจากสหภาพโซเวียตเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2534 มีการจัดการปกครองในระบอบประชาธิปไตยโดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุข โดยนาย Kurmanbek Bakiev ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2548 หลังจากที่ดำรงตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีภายหลังการปฏิวัติเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2548 โดยผู้ชุมนุมประท้วงราวหมื่นคนได้เข้ายึดสถานที่สำคัญของรัฐบาล และโค่นล้มประธานาธิบดี Askar Akayev ซึ่งดำรงตำแหน่งนี้ตั้งแต่ปี 2533 ในสมัยของโซเวียตและอยู่ในตำแหน่งผู้นำประเทศมาตั้งแต่ประกาศเอกราชรวมระยะเวลา 15 ปี
อย่างไรก็ตาม ความนิยมและการสนับสนุนที่มีต่อประธานาธิบดี Bakiev ได้ลดลงเป็นลำดับ เนื่องมาจากการบริหารประเทศอย่างไม่มีประสิทธิภาพและความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาความยากจน อาชญากรรมและการฉ้อราษฎร์บังหลวงของรัฐบาล ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การชุมนุมต่อต้านประธานาธิบดี Bakiev เรื่อยมา จนในเดือนพฤศจิกายน 2549 ประชาชนในกรุงบิชเคกซึ่งเป็นเมืองหลวงของคีร์กีซได้ออกมาประท้วงและเรียกร้องให้ประธานาธิบดีแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อลดอำนาจของประธานาธิบดี และเพิ่มอำนาจให้กับรัฐบาล ซึ่งประธานาธิบดี Bakiev ยินยอมลงนามในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่แก้ไขเนื้อหาตามที่ประชาชนเรียกร้องเพื่อยุติการชุมนุม แต่หลังจากนั้นไม่นาน ได้มีการผ่านร่างกฎหมายเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญและคืนอำนาจกลับสู่ประธานาธิบดี ทำให้พรรคฝ่ายค้านออกมาเรียกร้องให้ประธานาธิบดี Bakiev แก้ไขรัฐธรรมนูญอีกครั้ง รวมถึงกดดันให้ประธานาธิบดีลาออกจากตำแหน่ง

นโยบายต่างประเทศ
สาธารณรัฐคีร์กีซมีนโยบายต่างประเทศที่มุ่งพัฒนาความร่วมมือกับประเทศต่างๆ และ มุ่งหาตลาดการค้าใหม่ในต่างประเทศ โดยความร่วมมือนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานของการมีผลประโยชน์ร่วมกันและความ ไว้เนื้อเชื่อใจกัน อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ นโยบายดังกล่าวกระทำได้ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากสาธารณรัฐคีร์กีซตั้งอยู่ระหว่างสองประเทศใหญ่ คือ จีนกับรัสเซีย นอกจากนั้น ปัจจุบันอเมริกากับญี่ปุ่นพยายามเข้ามาหาผลประโยชน์โดยการขยายเขตอิทธิพลในบริเวณเอเชียกลางมากขึ้น อย่างไรก็ตาม นโยบายต่างประเทศหลักของสาธารณรัฐคีร์กีซได้หันมาเน้นความสำคัญกับประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออกเป็นอันดับแรก โดยสาธารณรัฐคีร์กีซได้พัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีกับญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เกาหลีใต้และไทย และมีการพัฒนาความเข้าใจที่ดีต่อกันกับญี่ปุ่น อินโดนีเซีย มาเลเซียและเกาหลีใต้


เศรษฐกิจการค้า

เศรษฐกิจและสังคม
เนื่องจากโครงสร้างทางเศรษฐกิจของสาธารณรัฐคีร์กีซส่วนใหญ่เป็นสังคมเกษตรกรรม และประชากรส่วนใหญ่ยากจน จึงต้องมีการปฏิรูปประเทศอย่างเป็นขั้นตอน ในปี 2549 เศรษฐกิจของสาธารณรัฐคีร์กีซเริ่มฟื้นตัวขึ้น โดยมีมูลค่าการเจริญเติบโตที่แท้จริงของ GDP ร้อยละ 5 เนื่องจากได้รับเงินลงทุนจากต่างชาติในภาคธุรกิจเหมืองแร่และรัฐบาลก็ดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาคอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม นโยบายทางเศรษฐกิจภายในประเทศของสาธารณรัฐคีร์กีซต้องคำนึงถึงรากฐานความไม่เท่าเทียมกันทางสังคมและทางเชื้อชาติ และต้องพยายามยกระดับมาตรฐานการครองชีพให้สูงขึ้น เพื่อบรรเทาความรุนแรงที่เกิดจากความขัดแย้งจากความไม่เท่าเทียมกันในสังคม
ปัจจุบัน สาธารณรัฐคีร์กีซสนใจการพัฒนาด้านการค้า การธนาคาร ระบบตลาดหุ้น และ การให้เอกชนเข้ามามีบทบาททางเศรษฐกิจให้มากที่สุด


ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐคีร์กิซ

ความสัมพันธ์กับประเทศไทย
ไทยได้รับรองเอกราชของคีร์กิซสถานเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2534 และได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐคีร์กีซสถาน (Republic of Kyrgyzstan) เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2535 ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นสาธารณรัฐคีร์กีซ (Kyrgyz Republic) ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2536
ซึ่งนับตั้งแต่มีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันอาจกล่าวได้ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่ยังอยู่ในระดับที่เริ่มต้นเท่านั้น ทั้งในความร่วมมือทวิภาคีระดับต่าง ๆ และการแลกเปลี่ยนการเยือน ทั้งนี้ สาธารณรัฐคีร์กีซได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตคีร์กีซ ณ กรุงปักกิ่ง มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนฝ่ายไทยได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ดูแลความสัมพันธ์กับสาธารณรัฐคีร์กีซ

ความสัมพันธ์ด้านการเมือง
เนื่องจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างไทยและสาธารณรัฐคีร์กีซยังมีไม่มาก จึงทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสาธารณรัฐคีร์กีซค่อนข้างจำกัด รวมถึงการที่ผู้นำของทั้งสองฝ่ายขาดการติดต่อกันอย่างต่อเนื่องทำให้ความสัมพันธ์ด้านการเมืองระหว่างสองประเทศมีน้อย

ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ
มูลค่าการค้าระหว่างไทย-สาธารณรัฐคีร์กีซ ยังมีปริมาณค่อนข้างต่ำ มูลค่าการค้าปี 2548 ประมาณ 2.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในปี 2549 มีมูลค่าประมาณ 5 แสนดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้า
สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง เฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้าสำเร็จรูป เครื่องสำอาง สบู่ ผลิตภัณฑ์รักษาผิว ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์พลาสติก เคมีภัณฑ์ ส่วนสินค้าสำคัญที่นำเข้าจากสาธารณรัฐคีร์กีซ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้า กล้อง เลนส์และอุปกรณ์การถ่ายรูปและภาพยนตร์

ความสัมพันธ์ทางสังคมและวัฒนธรรม
ในชั้นนี้ ความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านสังคมและวัฒนธรรมระหว่างไทยกับสาธารณรัฐคีร์กีซยังมีไม่มากนัก

ความตกลงที่ลงนามกับไทย
ความตกลงว่าด้วยการบริการเดินอากาศ (Air Service Agreement) ลงนามเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2544

การเยือนที่สำคัญ
ฝ่ายไทย
รัฐบาล (ระหว่างปี 2536 – 2539)
- นายกษิต ภิรมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก เยือนสาธารณรัฐคีร์กีซอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 18–21 พฤศจิกายน 2536
- นายอนุชา โอสถานนท์ เอกอัครราชทูตประจำกระทรวงการต่างประเทศ เยือนสาธารณรัฐคีร์กีซอย่างเป็นทางการในฐานะเอกอัครราชทูตสัญจรประจำภูมิภาคเอเชียกลาง ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 2 ตุลาคม 2539
ฝ่ายคีร์กีซ
รัฐบาล (ระหว่างปี 2540 – ปัจจุบัน)
- นาย Alikbek Djekshenkoulov รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุม ESCAP สมัยที่ 53 ระหว่างวันที่ 23–30 เมษายน 2540
- นาย Alikbek Djekshenkoulov รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุม Ministers of Industry and Technology of Asia and Pacific ระหว่างวันที่ 20–23 กุมภาพันธ์ 2541
- นาย Alikbek Djekshenkoulov รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุม ESCAP สมัยที่ 55 ระหว่างวันที่ 26 เมษายน 2542

ข้อมูลอ้างอิงมาจากกระทรวงการต่างประเทศ


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
บริษัท ทรานเอเชีย รูท จำกัด

99/503 หมู่ 2 หมู่บ้านประดับดาว 5 ถนนรัตนาธิเบศร์ ต.ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120 ( เวลาทำการวันจันทร์ - ศุกร์ 9.00 น. - 18.00 น. )
โทรศัพท์ 0-21953088-9, 0-2926-1503 โทรสาร 0-2926-1504 สายด่วน 0863-063-252 (สามารถติดต่อนอกเวลาทำการได้)

Copyright @ 2005 Driveindochina.com All rights reserved This website was created and maintain by A.Boonyuenvetwat

 

Gallery Bhutan